คดีตัวอย่าง “หมิ่นประมาท” บนแพลตฟอร์ม X (Twitter) “รับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น”

ในยุคที่สื่อโซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ หลายคนอาจลืมคิดไปว่า “เสรีภาพในการพูด” ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยเฉพาะการโพสต์หรือรีทวิตข้อความที่อาจเข้าข่าย หมิ่นประมาท ซึ่งกฎหมายไทยถือว่าเป็นความผิดอย่างชัดเจน แม้คุณจะไม่ใช่คนแต่งข้อความเอง แต่เพียงแค่รีทวิตข้อความที่พาดพิงหรือใช้คำหยาบคายใส่ผู้อื่น ก็อาจถูกฟ้องร้องและต้องชดใช้ค่าเสียหายได้เช่นกัน

รีทวิตด่าสนุกปากสุดท้ายต้องจ่ายจริง!

จากเคสจริงที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้รับเรื่องดำเนินคดีให้กับผู้เสียหายคนหนึ่งที่ถูกรีโพสต์ข้อความด่าทออย่างหยาบคายบนแพลตฟอร์ม X (หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า Twitter) ซึ่งทำให้ผู้เสียหายรู้สึกว่าถูกลบหลู่ชื่อเสียง เสียเกียรติ และถูกพาดพิงในทางเสื่อมเสีย

แม้ผู้ก่อเหตุจะไม่ได้เป็นผู้เขียนข้อความตั้งต้น แต่การ “รีทวิต” ข้อความดังกล่าวซ้ำ โดยไม่มีการปฏิเสธหรือระบุว่าไม่เห็นด้วย กลับทำให้ศาลเห็นว่าเป็นการเผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาทซ้ำ และเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย

ทางสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงได้มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังบุคคลดังกล่าวและมีข้อตกลงเป็นสัญญาว่าผู้รีทวิตต้อง:

  • ชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท
  • ทำการโพสต์ขอโทษผู้เสียหาย ทุกวันเวลา 12.00 น. ติดต่อกัน เป็นเวลา 1 เดือน
  • ให้คำมั่นว่าจะไม่โพสต์หรือกล่าวถึงผู้เสียหายอีก
  • ห้ามลบโพสต์คำขอโทษ
  • หากผิดสัญญา ต้องชดใช้ค่าเสียหายเพิ่มเติมอีก 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่นี่คือผลลัพธ์จากการใช้โซเชียลมีเดียโดยไม่ระมัดระวัง

หมิ่นประมาทคืออะไร?

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ถือว่ากระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท” ไม่ว่าจะเป็นการพูด การเขียน การพิมพ์ หรือแม้แต่การโพสต์และแชร์ในโลกออนไลน์ ล้วนเข้าข่ายได้ทั้งสิ้น

หากเป็นการกระทำผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook, Twitter, Instagram หรือ TikTok จะถือว่าเข้าข่าย หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษหนักยิ่งกว่า และโทษสูงสุดอาจถึงจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รีทวิต = ร่วมหมิ่นประมาท ก็มีความผิด?

คำถามยอดฮิตคือ “แค่รีทวิตจะผิดด้วยเหรอ?”
คำตอบคือ “ใช่” หากคุณรีทวิตข้อความหมิ่นประมาทโดยไม่มีการปฏิเสธหรือแสดงเจตนาไม่เห็นด้วย ศาลอาจพิจารณาว่าคุณเจตนาเผยแพร่ข้อความหมิ่นนั้นต่อสาธารณะ ซึ่งเข้าข่ายเป็น “ผู้กระทำผิดร่วม”

อย่าอ้างว่าแค่ล้อเล่นหรือสนุกปาก

หลายคนโพสต์หรือแชร์เพียงเพราะต้องการมีส่วนร่วมกับกระแสในโลกออนไลน์ โดยลืมคิดไปว่าความเสียหายที่เกิดกับชื่อเสียงของผู้อื่นนั้นอาจร้ายแรงและก่อให้เกิดผลกระทบจริง ไม่ใช่แค่เรื่องเล่น ๆ

ประโยคอย่าง “แค่รีทวิตเองนะ จะฟ้องอะไร” ไม่ใช่ข้ออ้างที่ใช้ได้ในศาล เมื่อหมายศาลถึงหน้าบ้าน ทุกคำที่โพสต์ไว้สามารถย้อนกลับมาเป็นหลักฐานทางคดีได้ทั้งหมด

“รับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น” ไม่ใช่คำพูดเล่น ๆ

คดีหมิ่นประมาทออนไลน์ในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้เสียหายหลายรายเลือกดำเนินคดีจริงจัง ไม่ใช่แค่เรียกร้องคำขอโทษ แต่รวมถึง เรียกค่าเสียหาย ที่เกิดจากความเสื่อมเสียชื่อเสียงด้วย และบางกรณีอาจมีค่าชดเชยหลักแสนถึงหลักล้านบาท

หากถูกหมิ่นประมาท ควรทำอย่างไร?

หากคุณเป็นผู้เสียหายจากการถูกโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทบนโซเชียลมีเดีย ควรดำเนินการดังนี้:

1.แคปหน้าจอและเก็บหลักฐาน ทั้งภาพ ข้อความ ลิงก์ และวันเวลาที่โพสต์

2.รีบปรึกษาทนายความ เพื่อประเมินแนวทางดำเนินคดี

3.อย่าตอบโต้ด้วยการด่ากลับ เพราะอาจทำให้คุณตกเป็นฝ่ายผิดร่วมด้วย

ปรึกษาทนายเพื่อไม่ให้ความเสียหายเกินควบคุม

การต่อสู้คดีหมิ่นประมาทไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ทั้งการวิเคราะห์ข้อความ การรวบรวมพยานหลักฐาน และการดำเนินคดีในศาล หากคุณต้องการที่พึ่งทางกฎหมายที่น่าเชื่อถือ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

เรามีทีมทนายความที่เชี่ยวชาญคดีหมิ่นประมาทโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ การแชร์ การรีทวิต หรือการส่งข้อความส่วนตัวที่เข้าข่ายหมิ่นประมาท เราจะช่วยคุณประเมินคดี และวางกลยุทธ์เพื่อปกป้องสิทธิของคุณอย่างมืออาชีพ

โลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยจากกฎหมาย อย่าคิดว่าแค่รีทวิตหรือโพสต์ด่าเล่น ๆ จะไม่มีผลตามมา เพราะทุกข้อความสามารถกลายเป็นหลักฐานในคดีหมิ่นประมาทได้ทันที ก่อนจะแชร์ ก่อนจะพิมพ์ คิดให้ดี เพราะคำพูดในโลกออนไลน์อาจมีราคาที่ต้องจ่ายจริง
หากคุณต้องการคำปรึกษาทางกฎหมายเกี่ยวกับคดีหมิ่นประมาท ติดต่อ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ทันที เพื่อไม่ให้ความเสียหายลุกลามจนเกินควบคุม

แชร์ไม่คิด เสี่ยงผิดกฎหมาย! ระวัง “หมิ่นประมาท” บนแพลตฟอร์ม X (Twitter)

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หลายคนอาจเผลอกดแชร์ รีทวีต หรือคอมเมนต์โพสต์ต่าง ๆ โดยไม่คิดให้รอบคอบ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม X (หรือที่หลายคนยังคุ้นเคยในชื่อเดิมว่า Twitter) ซึ่งถือเป็นพื้นที่เปิดที่ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ แต่รู้หรือไม่ว่า การกระทำเหล่านี้อาจเข้าข่ายความผิดฐาน หมิ่นประมาท โดยไม่รู้ตัว และอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

แชร์โพสต์คนอื่น ก็เสี่ยง “หมิ่นประมาท” ได้เหมือนกัน

หลายคนเข้าใจผิดว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทจะเกิดขึ้นเฉพาะคนที่เป็นผู้เขียนข้อความหรือผู้โพสต์ต้นฉบับเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่แชร์ รีทวีต หรือส่งต่อข้อความที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่น ก็สามารถถูกดำเนินคดีได้เช่นกัน

ในทางกฎหมาย หากเนื้อหาที่ถูกแชร์มีลักษณะเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์โดยตรงหรือการรีโพสต์ ก็ถือเป็นการเผยแพร่ข้อความนั้นออกไปสู่สาธารณะ และสามารถเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ว่าด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาท ได้ทันที

ยิ่งหากมีการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม หรือแสดงท่าทีเห็นด้วยกับข้อความต้นฉบับ ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะถูกมองว่ามีเจตนาหมิ่นประมาทอย่างชัดเจน

แพลตฟอร์ม X กับปัญหาหมิ่นประมาทที่เกิดถี่ขึ้น

แพลตฟอร์ม X มีลักษณะเฉพาะที่เน้นการโพสต์ข้อความสั้น ๆ และการรีโพสต์ (Repost หรือ Retweet) จึงมักเกิดการกระจายของข้อมูลอย่างรวดเร็ว เมื่อมีใครสักคนโพสต์ข้อความกล่าวหาหรือใส่ความบุคคลอื่น และมีผู้รีโพสต์ออกไปอีกจำนวนมาก ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงยิ่งทวีคูณ

แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ แม้คุณจะไม่ได้เป็นคนต้นเรื่อง หากคุณเป็นเพียง “ผู้ช่วยเผยแพร่” ก็สามารถถูกฟ้องได้ และอาจต้องรับผิดในฐานะ “ผู้ร่วมกระทำความผิด” ตามกฎหมายด้วยเช่นกัน

เสียหายแล้วต้องทำอย่างไร? ทนายแนะอย่ารอให้ขาดอายุความ

สำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหมิ่นประมาทบนแพลตฟอร์ม X ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์โดยตรง หรือการรีโพสต์โดยบุคคลอื่น ทนายอาร์มจากสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์แนะนำว่า อย่ารอช้าในการดำเนินคดี เพราะคดีหมิ่นประมาทมี “อายุความ” ที่จำกัด หากไม่ฟ้องภายในระยะเวลาที่กำหนด คุณอาจหมดสิทธิในการเรียกร้องความเป็นธรรมไปอย่างน่าเสียดาย

ในกรณีที่เป็นความผิดทางอาญา ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้ว่ามีการหมิ่นประมาทและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ส่วนกรณีที่ต้องการเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง จะมีอายุความยาวนานกว่า คือ 1 ปี นับแต่วันที่รู้เรื่องการหมิ่นประมาทและผู้กระทำผิดเช่นกัน

ดังนั้น หากคุณมั่นใจว่าตนเองได้รับความเสียหาย ควรรีบรวบรวมหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นภาพหน้าจอ โพสต์ ลิงก์ และวันเวลาให้ชัดเจน แล้วติดต่อทนายความเพื่อดำเนินการตามสิทธิที่พึงมีโดยเร็ว

หลักฐานคือหัวใจของคดีหมิ่นประมาท

ในยุคดิจิทัล หลักฐานที่สามารถนำมาใช้ในคดีหมิ่นประมาทได้มีหลายรูปแบบ ได้แก่

  • ภาพหน้าจอ (Screenshot) ของข้อความที่ถูกโพสต์หรือแชร์
  • ลิงก์โพสต์ต้นฉบับ และโพสต์รีแชร์
  • วัน เวลา ที่เกิดเหตุการณ์
  • พยานบุคคลที่เห็นโพสต์ หรือได้รับผลกระทบจากโพสต์นั้น
  • ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ที่เผยแพร่ข้อความ (หากสามารถระบุได้)

ทนายอาร์มแนะนำว่า ควรเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้โดยไม่ต้องแก้ไข เพื่อให้สามารถใช้ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แชร์อย่างมีสติ ดีกว่าต้องเสียเงินโดยไม่รู้ตัว

ในฐานะผู้ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทุกคน ควรตระหนักว่า “เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” ย่อมต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย การแชร์โพสต์หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้อื่น โดยไม่มีหลักฐานชัดเจน อาจนำมาซึ่งความเสียหายที่ยากจะย้อนกลับ และต้องรับผิดชอบทั้งในทางแพ่งและอาญากรณีคดีหมิ่นประมาทผ่านการรีโพสต์ที่ศาลตัดสินให้มีการชดใช้ค่าเสียหายหลายแสนบาท หรือแม้แต่ต้องโทษจำคุก (แม้จะรอลงอาญา) ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง จึงควรเรียนรู้จากกรณีตัวอย่างเหล่านี้

การหมิ่นประมาทผ่านแพลตฟอร์ม X เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และอาจกระทบต่อชื่อเสียงและทรัพย์สินของผู้เสียหายได้อย่างรุนแรง ทุกการแชร์หรือรีโพสต์จึงควรทำด้วยความระมัดระวัง และหากคุณเป็นผู้ได้รับความเสียหาย อย่ารอให้ขาดอายุความ ติดต่อ ทนายอาร์ม เพื่อขอคำปรึกษาและดำเนินการตามสิทธิของคุณโดยเร็วที่สุด