อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยที่เราจะไม่คาดคิด และความเสียหายที่ตามมาอาจเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตได้ภายในไม่กี่วินาที เมื่อเกิดเหตุแล้ว สิ่งที่ผู้เอาประกันและครอบครัวต้องเผชิญ ไม่ได้มีแค่ความเจ็บปวด แต่ยังมีค่าใช้จ่ายที่ถาโถม รายได้ที่หายไป การเปลี่ยนแปลงในการประกอบอาชีพ และภาระดูแลคนในครอบครัวที่ยังดำเนินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น บทเรียนที่ดีที่สุดสำหรับผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยทุกคน คือ การเข้าใจสิทธิของตนเอง และการใช้สิทธิในเรียกร้องให้ถูกต้องตามขั้นตอนทางกฎหมาย คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการใน หนังสือรวมคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการว่าด้วยเรื่องประกันภัย ของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ จึงไม่ใช่แค่คดีตัวอย่าง แต่เป็น “คู่มือจริง” ที่ทำให้เห็นภาพว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ผู้เสียหายต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถรักษาสิทธิขอตนเองได้
กรณีศึกษา: อุบัติเหตุวินมอเตอร์ไซค์ สูญเสียนิ้ว เสียรายได้ สูญโอกาส

ในกรณีนี้ ผู้เสียหายเป็นผู้ขับจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งอาชีพนี้ต้องพึ่งพาร่างกายแข็งแรงเต็มร้อย หลังอุบัติเหตุรุนแรง เขา >>สูญเสียนิ้ว<< นางซ้ายถึงสองข้อ ต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายครั้ง หยุดงานนานหลายเดือน รายได้ที่เคยเลี้ยงครอบครัวก็ขาดหายทันที เมื่อฟื้นตัว ผู้เสียหายพยายามเรียกร้องค่าสินไหมกับบริษัทประกันภัยตามกรมธรรม์ที่ทำไว้ แต่กลับพบอุปสรรค ทางบริษัทประกันภัยกลับอ้างว่าผู้เสียหายได้ยอมความในคดีอาญาแล้ว! ทำให้ไม่สารถเรียกร้องค่าสินไหมบางส่วนคืนได้ ซึ่งหากไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย ผู้เอาประกันจำนวนไม่น้อยอาจยอมรับข้อเสนอของบริษัทประกันโดยไม่รู้เลยว่าตนเองได้เสียสิทธิ์บางส่วนไปแล้ว และไม่ทราบด้วยว่ามีทางแก้หรือแนวทางเรียกร้องสิทธิ์คืนได้อย่างไร นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมการมีทนายความผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลคดี จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เราได้สิทธิ์ที่ควรจะได้รับตามกฎหมาย ไม่สูญเสียไปโดยไม่รู้ตัว และผู้เอาประกันสามารถใช้สิทธิ์ได้ครบถ้วนที่สุดตามที่ควรจะเป็น
คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ: พิสูจน์ตามจริง! ไม่ใช่แค่ตามคำกล่าวอ้างจากบริษัทประกันภัย
ทางสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เรียกร้องสิทธิ์ตามสิ่งที่พึงได้อย่างไร และอนุญาโตตุลาการพิจารณาข้อเท็จจริงตามเอกสารประกอบทั้งหมด โดยใช้เหตุผลและเงื่อนไขตามกรมธรรม์อย่างไร
อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดดังนี้:
-ค่ารักษาพยาบาลก่อนยื่นข้อพิพาท ใบเสร็จจริงจากโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมยอดได้ 79,097 บาท บริษัทประกันต้องรับผิดชดใช้เต็มจำนวน
-ค่าสูญเสียอวัยวะ การสูญเสียนิ้วนางซ้ายสองข้อ มีวงเงินประกันตามเงื่อนไขสูงสุด 200,000 บาท ถึงแม้จะเรียกร้องมากกว่า ก็ไม่สามารถได้เกินกว่านี้
-ค่ารักษาพยาบาลในอนาคต ผู้เสียหายอ้างต้องต่อนิ้วเทียม ทำกายภาพ และฝังเข็มเพิ่ม แต่เมื่อไม่มีใบสั่งแพทย์หรือเอกสารยืนยัน อนุญาโตตุลาการจึงไม่กำหนดให้ชำระ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา เช่น ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าเดินทางจัดการเอกสาร สรุปรวม 4,250 บาท ซึ่งเห็นว่าสมเหตุสมผล ค่าขาดประโยชน์จากการทำงาน จากที่เคยหารายได้วันละ 1,000 บาท เมื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์จริง เห็นสมควรให้เฉลี่ย 750 บาทต่อวัน พักงาน 7 เดือน เป็นเงิน 157,500 บาท
– ค่าสูญเสียความสามารถในการประกอบอาชีพในอนาคต เพราะการสูญเสียนิ้วทำให้งานขับวินที่ต้องใช้มือเต็มที่ย่อมกระทบ จึงกำหนด 200,000 บาท
-ค่าเสียหายทางจิตใจ ความเจ็บปวด รอยแผลเป็น และผลกระทบทางจิตใจ กำหนด 300,000 บาท ค่าทวงถามและค่าทนายความ ตามกฎหมาย ไม่อาจเรียกได้ จึงไม่กำหนด
เมื่อรวมแล้ว บริษัทประกันต้องจ่ายเพิ่มอีก 306,997 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี
ทำไมจึงควรมี “หนังสือรวมคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการว่าด้วยเรื่องประกันภัย” ?

หนังสือรวมคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการว่าด้วยเรื่องประกันภัย ของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ไม่ใช่หนังสือทฤษฎีทั่วไป แต่ถูกรวบรวมจากคดีที่เกิดขึ้นจริง และมีคำวินิจฉัย ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญสำหรับ ผู้เอาประกันภัยที่ต้องการรู้สิทธิของตนเองชัดเจน ผู้ประกอบการที่ต้องบริหารความเสี่ยงกับคู่ค้า นักศึกษากฎหมายที่อยากเข้าใจมุมปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่บทเรียนในตำรา ในชีวิตจริง ข้อพิพาทประกันภัยไม่ได้จบที่กรมธรรม์หรือใบเคลม แต่มีรายละเอียดในชั้นข้อเท็จจริง หลักฐาน และการตีความตามแนวคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการซึ่งกลายเป็นแนวทางสำคัญที่ใช้ในวงการประกันภัย สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ค่าใช้จ่ายทางอ้อม หลายคนคิดว่าอุบัติเหตุจบที่ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าซ่อมรถ แต่ในคดีจริงๆ มักมี “ค่าใช้จ่ายแฝง” เช่น ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าเอกสารทางการแพทย์ ค่าเสียเวลาในการจัดการเรื่องคดี หรือแม้กระทั่งค่าดูแลผู้ป่วยในระหว่างพักฟื้น หากไม่มีเอกสารยืนยัน ก็อาจไม่ได้รับชดเชย
สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์: ที่พึ่งสำหรับคนที่ต้องการได้รับสิทธิ์อย่างถูกต้อง

เมื่อเกิดคดีความ ผู้เอาประกันจำนวนไม่น้อยมักพยายามเรียกร้องสิทธิ์ด้วยตนเอง แต่กลับสูญเสียสิทธิ์ไป บางส่วนเพราะขาดพยานหลักฐานที่เพียงพอ หรือดำเนินการผิดขั้นตอนตามกฎหมาย อีกทั้งยังอาจเผชิญกลวิธีทางกฎหมายจากบริษัทประกันภัยที่มุ่งจำกัดหรือหลีกเลี่ยงความรับผิด สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ วิเคราะห์ข้อเท็จจริง วางแผนจัดเตรียมพยานหลักฐาน และดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย เช่น การฟ้องศาลหรือกระบวนการอนุญาโตตุลาการให้ถูกต้องรัดกุม เพื่อให้สิทธิของผู้เอาประกันได้รับการคุ้มครองอย่างครบถ้วนที่สุด เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้น ความรู้ที่ถูกต้องและการมีทีมกฎหมายที่เชี่ยวชาญคือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เสียหายใช้สิทธิ์ของตนได้เต็มที่ หลักฐานครบถ้วน วางแผนเป็นระบบ ย่อมดีกว่าลองผิดลองถูก หรือปล่อยให้บริษัทประกันตีความเพียงฝ่ายเดียว หากคุณกำลังมีข้อพิพาทเกี่ยวกับประกันภัย อย่าลังเลที่จะปรึกษาทีมกฎหมายของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ >> ติดต่อเรา<< เพื่อวางแผนคดีและเรียกร้องสิทธิ์ตามที่ควรได้รับอย่างถูกต้องตามกฎหมาย






