ประกันภัยภาคสมัครใจคืออะไร แล้วทำไมควรต้องมี?

ประกันภัยภาคสมัครใจคืออะไร

โดยปกติแล้วผู้ขับขี่รถยนต์ทุกประเภทจะต้องทำประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 หรือที่บริษัทประกันภัยเรียกกันว่า “ประกันภัยภาคบังคับ” ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกาย และอนามัยของผู้ประสบภัยจากรถเนื่องมาจากอุบัติเหตุทางรถเท่านั้น แต่เราสามารถซื้อประกันภัยเพิ่มเติมเพื่อให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายของทรัพย์สินได้ ซึ่งประกันภัยประเภทนี้เรียกว่า “ประกันภัยภาคสมัครใจ” ผู้ขับขี่สามารถทำเพิ่มเติมนอกจาก พ.ร.บ. ปกติได้ เพราะเป็นประกันภัยที่กฎหมายไม่ได้ระบุว่าต้องทำ

ประกันภัยภาคสมัครใจคืออะไร

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เป็นการทำประกันภัยรถยนต์โดยที่กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่เจ้าของรถยนต์เลือกที่จะทำเอง โดยที่ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจนี้จะมีแผนประกันให้เลือก ทั้งแบบประกันชั้น 1 ที่คุ้มครองความเสียหาย และการเกิดอุบัติเหตุทุกกรณี และประกันชั้น 2+, 2, 3+ และ 3 ซึ่งจะให้การคุ้มครองที่ลดหลั่นกันลงมา ทำให้มีราคาแตกต่างกันไป นอกจากนั้น ยี่ห้อ รุ่น และอายุของรถยนต์ที่เอาประกันก็ยังมีผลต่อค่างวดประกันด้วยเช่นกัน การมีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจจะช่วยให้ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ มากกว่าประกันภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองค่าเสียหายของรถคู่กรณี รถตนเอง หรือค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี และผู้ขับ นอกจากนั้นประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจอาจให้สิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. บริการรถยกและลากจูง หรือบริการรถทดแทนขณะซ่อมรถที่เกิดอุบัติเหตุด้วย

ประกันภัยภาคสมัครใจคุ้มครองอะไรบ้าง 2

ประกันภาคสมัครใจคุ้มครองอะไรบ้าง?

ประกันรถยนต์จะให้ความคุ้มครองทางการเงินของผู้เอาประกันภัยที่ระบุบนกรมธรรม์ หากเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดฝันอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้บนท้องถนน โดยทั่วไป ความคุ้มครองพื้นฐานของประกันรถยนต์ คือ คุ้มครองคุณในกรณีเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ นอกจากนี้ยังอาจคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สิน ค่าประกันตัว และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ทางกฎหมาย ความคุ้มครองการชน หรือการคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก คุ้มครองคุณในกรณีที่เกิดการชน โดยให้ทุนประกันสำหรับการซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่รถของคุณ ความคุ้มครองการชนอาจคุ้มครองคุณในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุโดยไม่มีคู่กรณี เช่น ชนต้นไม้หรือชนอาคาร ประกันรถยนต์ให้ความคุ้มครองทางการเงินทั้งในกรณีที่ความเสียหายเกิดจากการชนและกรณีอื่น ๆ โดยขึ้นอยู่เงื่อนไขตามหน้ากรมธรรม์ ซึ่งความคุ้มครองนี้อาจรวมถึงรถยนต์ถูกโจรกรรม สภาพอากาศ การก่อกวน ความเสี่ยงต่าง ๆ และภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่น ๆ เป็นต้น

ข้อดีของการทำประกันภัยภาคสมัครใจ 3

ข้อดีของการทำประกันภัยภาคสมัครใจ

  • แบ่งเบาภาระค่าซ่อม 

ทั้งรถผู้เอาประกันและคู่กรณี หนึ่งในประโยชน์ของการประกันภัยภาคสมัครใจก็คือ การช่วยแบ่งเบาภาระค่าซ่อมบำรุงรถคู่กรณี และรถผู้เอาประกันกรณีเกิดอุบัติเหตุได้นั่นเอง เนื่องจากค่าซ่อมแซมรถ ค่าอะไหล่ต่าง ๆ มักมีราคาที่สูง ดังนั้นการมีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจจะช่วยให้ไม่ต้องควักเงินก้อนใหญ่เพื่อซ่อมรถด้วยตัวเอง จึงหมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถได้ 

  • ไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล 

นอกจากจะคุ้มครองความเสียหายต่อรถของผู้เอาประกัน และรถของคู่กรณีแล้ว ประกันภัยรถยนต์บางแผนยังให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในกรณีบาดเจ็บด้วย ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเอง และคู่กรณี เพราะค่ารักษาพยาบาลโดยเฉพาะเมื่อบาดเจ็บหนักนั้น ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงไม่แพ้ค่าซ่อมรถยนต์เลยทีเดียว 

  • มีตัวแทนประกันช่วยเจรจาให้ 

มีเจ้าหน้าที่มาช่วยเคลียร์ให้ เมื่อมีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หากเกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีจะช่วยลดการปะทะระหว่างเจ้าของรถได้ เนื่องจากจะมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันรถยนต์มาช่วยเจรจา ไกล่เกลี่ย และดำเนินการเรื่องความคุ้มครองต่าง ๆ ให้ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีการปะทะด้วยวาจา หรือการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้น 

  • รถหายก็ได้รับความคุ้มครอง 

หากเลือกทำประภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้น 1 ซึ่งเป็นแผนที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด จะได้รับความคุ้มครองในกรณีที่รถหาย หรือถูกโจรกรรมด้วย โดยวงเงินที่คุ้มครองจะขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก ซึ่งถือเป็นประโยชน์ของการประกันภัยภาคสมัครใจที่ไม่ควรพลาด 

  • น้ำท่วม ไฟไหม้ 

หากเลือกทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้น 1 รถของผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองในกรณีที่ไม่มีคู่กรณี อย่างการชนต้นไม้ ต้นไม้หล่นทับ ถอยหลังชนกำแพง รวมถึงกรณีน้ำท่วม ไฟไหม้ และภัยธรรมชาติต่าง ๆ ด้วย ทำให้วางใจในเรื่องค่าใช้จ่ายซ่อมแซมรถได้ 

  • มีบริการให้ความช่วยตลอด 24 ชั่วโมง 

การมีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ จะช่วยให้คุณสามารถรับความช่วยเหลือ และเรียกใช้บริการบริษัทประกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้วางใจได้ไม่ว่าจะใช้รถใช้ถนนในเวลาใดก็ตาม

เคล็ดลับในการเลือกซื้อประกันภัยภาคสมัครใจ 4

เคล็ดลับในการเลือกซื้อประกันภัยภาคสมัครใจ

การเลือกซื้อประกันภัยรถเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า หรือตรงกับความคุ้มครองที่เราต้องการ เพราะแต่ละบริษัทย่อมมีออฟชั่นหรือราคาเบี้ยประกันที่ต่างกัน ตลอดจนเงื่อนไขในการคุ้มครอง ดังนั้นการจะเลือกซื้อประกันภัยกับบริษัทไหนควรศึกษาเงื่อนไขของกรมธรรม์และความคุ้มครองให้ดี เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ดีที่สุด เคล็ดลับการเลือกซื้อกรมธรรม์มีดังนี้

  • เปรียบเทียบราคาจากบริษัทประกันภัยหลายๆ แห่ง แล้วค่อยตัดสินใจเลือกบริษัทประกันภัยที่ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด
  • ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัย ควรดูชื่อเสียงของบริษัทประกันภัยที่น่าเชื่อถือ ดูฟีดแบคจากลูกค้า ดูวิธีการและขั้นตอนการเคลม
  • การจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเพิ่มเติม หมายถึงคุณจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีเกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้ง เพื่อรักษาเบี้ยประกันในราคาต่ำ
  • รักษาประวัติการขับขี่ปลอดภัย ขับขี่รถให้ถูกกฎจราจรหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ เพื่อนำประวัติตรงส่วนนี้ไปขอลดเบี้ยประกันในปีถัดไปได้
  • เลือกซื้อกรมธรรม์แบบแพ็คเกจ เพราะบริษัทประกันภัยบางบริษัทจะมีส่วนลดเพิ่มเติมหากซื้อประกันภัยอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย
  • เลือกเฉพาะความคุ้มครองที่จำเป็น หรือเหมาะสำหรับคุณ พิจารณาเลือกซื้อประกันภัยให้เหมาะกับการขับขี่ของคุณ และหากรถของคุณมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยสูง จะส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันภัยลดลง

จะเห็นว่าการมีประกันภาคสมัครใจไว้เพื่อคุ้มครองความเสียหายเพิ่มเติมเป็นเรื่องดีเพราะประกันภัยภาคสมัครใจนั้นให้ความคุ้มครองในส่วนของทรัพย์สินด้วย ถือว่าช่วยลดภาระ ลดความเสียหายต่อตัวผู้เอาประกันภัยไปได้ส่วนหนึ่ง ดังนั้นถ้าหากอยากเลือกทำประกันภัยเพิ่มเติมแนะนำว่าควรเลือกบริษัทประกันภัยที่เชื่อถือได้ และควรดูกรมธรรม์ให้ละเอียดว่าตอบโจทย์ความต้องการของเราหรือไม่ค่ะ

ประกันภัยหัวแพทย์! ถ่วงเวลาขอเอกสารเพิ่ม ทั้งที่ผู้บาดเจ็บกระเพาะปัสสาวะฉีก ขาหักผิดรูปจนต้องดามเหล็ก!

บริษัทประกันภัยกับทนายความถือเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่มาตลอด เพราะทุกครั้งที่ผู้บาดเจ็บมักประสบกับปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบจากบริษัทประกันภัย ทำให้ผู้บาดเจ็บไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทประกันภัยอย่างที่ควรจะเป็น เพราะนอกจากบริษัทประกันภัยหัวแพทย์มักจะงัดไม้เด็ดต่างๆ มาเพื่อยืดระยะเวลาการจ่ายค่าเสียหายออกไป ตลอดจนการตุกติกไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ สร้างความเดือดร้อนเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่ผู้เสียหายเป็นอย่างมากเฉกเช่นผู้เสียหายท่านนี้ที่ได้รับบาดเจ็บกระเพาะปัสสาวะฉีก ขาหักผิดรูป นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงจำเป็นต้องมีทนายเอาไว้เพื่อรักษาสิทธิ์ที่เราควรจะได้รับไม่ให้บริษัทประกันภัยมาเอารัดเอาเปรียบ

บาดเจ็บสาหัสจนสลบ! ขาหักผิดรูป! แต่ประกันเสนอจ่ายแค่หลักหมื่น!

ขาหักผิดรูป

อย่างเช่นในกรณีอุบัติเหตุเคสนี้ ผู้บาดเจ็บได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาแล้วเกิดการชนเข้ากับรถพ่วงเทรลเลอร์ที่กำลังจะเข้าซอย ทำให้รถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บชนเข้ากับท้ายรถพ่วงอย่างจัง เป็นเหตุให้ผู้บาดเจ็บสลบไปในทันที ในขณะที่ผู้ขับรถพ่วงได้ยอมรับกับตำรวจในที่เกิดเหตุว่าตนเองนั้นได้ขับรถโดยประมาท จนทำให้เกิดอุบัติเหตุจริง จากอุบัติเหตุดังกล่าว ผู้บาดเจ็บถูกจัดอยู่ในเกณฑ์ผู้ป่วยฉุกเฉินขั้นวิกฤต เพราะผู้บาดเจ็บสลบไปหลังจากเกิดอุบัติเหตุและจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย จากเอกสารการรักษาผู้ป่วยเสียเลือดมากจนถึงขนาดต้องให้เลือดอย่างเร่งด่วน อีกทั้งยังกระดูกเชิงกรานหัก ขาหักผิดรูป แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือการได้รับบาดเจ็บที่หน้าท้องบริเวณกระเพราะปัสสาวะ ทำให้มีเลือดออก และไม่สามารถปัสสาวะได้ตามปกติ สร้างความทุกข์ทรมานให้แก่ผู้บาดเจ็บเป็นอย่างมาก ผู้บาดเจ็บต้องผ่าตัดหน้าท้องมากกว่า 2 ครั้งเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ส่วนขาหักผิดรูปยังไม่ทราบว่าจะสามารถหายกลับมาเป็นปกติหรือไม่  

ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการฉี่ไม่ออก ต้องเข้าผ่าตัดกว่า 2 ครั้ง!

ผ่าตัด

นอกจากนี้ กระเพาะปัสสาวะยังฉีกขาดจนได้รับบาดเจ็บแล้ว ผู้บาดเจ็บยังขาหักผิดรูป จนต้องเข้ารับทำการผ่าตัดใส่เหล็กดามเอาไว้ เมื่อเวลาอากาศเย็นก็จะเผชิญกับอาการเจ็บปวด แถมสะโพกร้าว และปวดสะบักขวา ไม่สามารถเดินได้สะดวกต้องใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุงในการเคลื่อนไหว เวลาเดินจะเจ็บที่บริเวณเท้าทั้ง 2 ข้าง และไม่สามารถยืนได้นาน นับว่าเป็นความทรมานอย่างแสนสาหัสของผู้บาดเจ็บจริงๆ  

ตลอดระยะเวลาการรักษา ผู้บาดเจ็บต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกว่า 24 วัน แถมต้องย้ายโรงพยาบาลมากกว่า 3 ครั้งเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ หลังจากกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านต่อ ยังต้องเดินทางไปล้างแผลที่อนามัยทุกวันจนถึงปัจจุบัน ทำให้มีค่าใช้จ่าย 1,050 บาท/วัน และต้องเดินทางไปโรงพยาบาลติดตามอาการเพื่อการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะทางกว่า 23 กิโล ด้วยสะโพกที่ร้าวและขาหักจึงเป็นอุปสรรคอย่างมาก หากวันไหนไม่มีใครไปส่งผู้บาดเจ็บจะต้องขอให้คนข้างบ้านช่วยเหลือเป็นคนพาไปส่งที่โรงพยาบาล และแม่น้องจำเป็นต้องลางานไปดูแลน้อง ทำให้ขาดรายได้ในส่วนนี้ เพราะผู้บาดเจ็บขาหักผิดรูป สะโพกร้าว เคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่สะดวก    

บริษัทประกันภัยยื้อเต็มที่ แม้ผู้กระทำความผิดยอมรับเองว่าประมาท

เอกสาร

ความทุกข์ทรมานทั้งหมดที่ผู้บาดเจ็บได้รับจากความประมาทของผู้ขับรถพ่วง ทั้งกระเพาะปัสสาวะฉีกขาดต้องผ่าตัดกว่า 2 ครั้ง และขาหักผิดรูปจนต้องดามเหล็ก นับว่าสาหัสสากรรจ์มากเลยทีเดียว แต่เชื่อหรือไม่ว่า! บริษัทประกันพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมถ่วงเวลาที่จะยังไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่ผู้ขับขี่ฝ่ายประมาทได้ทำกับบริษัทประกันภัยเอาไว้ พยายามยื้อขอเอกสารจากผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมเช่น เอกสารใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล หรือหนังสือรับรองเงินเดือน ซึ่งเป็นการถ่วงเวลาให้ผู้บาดเจ็บและครอบครัวต้องไปเดินเรื่องขอเอกสารเองทั้งหมด

เจอบริษัทประกันภัยหัวหมอแบบนี้ ต้องมีทนายไว้ดีที่สุด

บริษัทประกันภัยยังมีทนายได้ แล้วทำไมคนธรรมดาจะมีทนายไม่ได้

ความจริงแล้วบริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายเงินตามที่ระบุเอาไว้ในประกันทั้งภาคบังคับ และภาคสมัครใจ แต่บริษัทประกันภัยพยายามที่จะเตะถ่วงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้บาดเจ็บ ทั้งที่ผู้บาดเจ็บต้องสำรองจ่ายเองไปเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท แถมยังไม่รู้ว่าในอนาคตผู้บาดเจ็บจะสามารถหายกลับมาเป็นปกติได้หรือไม่ โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะที่ใช้สำหรับปัสสาวะ และขาหักผิดรูปจนต้องดามเหล็ก การที่ต้องมาบาดเจ็บตรงนี้นับว่าเป็นสิ่งที่สะเทือนใจแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวอย่างที่สุดแล้ว เมื่อเทียบกับจำนวนเงินอันน้อยนิดที่บริษัทประกันภัยเสนอจะจ่ายให้ผู้บาดเจ็บและครอบครัว จึงรู้สึกถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทประกันภัย จึงตัดสินใจจะฟ้องบริษัทประกันภัยทั้ง 2 บริษัท โดยมอบอำนาจให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องกับบริษัทประกันภัย สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เล็งเห็นถึงความไม่เป็นธรรมที่ผู้บาดเจ็บได้รับ จึงจะดำเนินการฟ้องร้องค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยให้ผู้เสียหายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นการเยียวยาจิตใจให้แก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัว

เห็นหรือไม่คะ ว่าการมีทนายความผู้เชี่ยวชาญเอาไว้คอยให้คำปรึกษา หรือช่วยดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยนับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะบริษัทประกันภัยโดยส่วนใหญ่มักหาช่องโหว่ที่จะเอาเปรียบผู้บาดเจ็บเสมออย่างเช่นวลี “ให้ไปรักษาตัวให้หายดีก่อน” สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เรามีทนายความที่เชี่ยวชาญในเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทประกัยภัย รวมถึงคดีอื่นๆ หากท่านรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องไหน ติดต่อเรา เรามีทนายผู้เชี่ยวชาญไว้คอยให้บริการทุกขั้นตอนอย่างถึงที่สุด

บริษัทประกันภัยหัวใส! ผู้บาดเจ็บประสบภัยจนเป็นผู้ป่วยติดเตียง แต่บ่ายเบี่ยงไม่จ่ายเหตุทุพพลภาพถาวร อ้าง! ต้องใช้การไม่ได้ทั้งหมด

เคยไหมที่เวลาเกิดอุบัติแล้วไม่รู้ต้องทำอะไรก่อน เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ขอบเขตของข้อกฎหมายเพื่อเอาไว้ปกป้องสิทธิที่ตัวเองควรจะได้รับ เพราะส่วนใหญ่เมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุแล้วผู้บาดเจ็บมักจะถูกบริษัทประกันภัยหลอกให้เซ็นหนังสือประนีประนอมยอมเพื่อลดการจ่ายค่าเสียหายให้แก่ผู้บาดเจ็บ ดังนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุสิ่งที่ต้องทำคืออย่าเซ็นเอกสารใดๆ ที่บริษัทประกันภัยยื่นมาให้เด็ดขาด เพราะอาจถูกบริษัทประกันภัยเอาเปรียบได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก บาดเจ็บทุพพลภาพ หากสะดวกควรหาทนายเอาไว้เพื่อให้คำแนะนำปรึกษาจะดีที่สุด

อย่างเคสที่จะนำมาเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นเคราะห์หามยามร้ายของผู้เสียหายอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะบาดเจ็บจากอุบัติอย่างหนักหนาสาหัสแล้ว ยังถึงขั้นบาดเจ็บทุพพลภาพถาวร แต่บริษัทประกันภัยยังพยายามเตะถ่วงบ่ายเบี่ยงค่าเสียหายตามความเหมาะสม ทำให้ผู้บาดเจ็บรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทประกันภัยเท่าที่ควร โดยบริษัทประกันภัยใช้คำกล่าวอ้างว่าผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะ “ทุพพลภาพถาวร” จริงหรือ?? ทั้งที่แพทย์ลงความเห็นว่าผู้บาดเจ็บนั้นได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพถาวร เกริ่นมาขนาดนี้แล้วหลายคนคงอยากทราบว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร ผู้บาดเจ็บได้รับผลกระทบในการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง และสิ่งที่หลายคนคงอยากทราบคือบริษัทประกันภัยเสนอจ่ายค่าเยียวยาเหตุทุพพลภาพถาวรเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ เราไปเริ่มลำดับเหตุการณ์กันเลยค่ะ

ประสบอุบัติเหตุสาหัสจนทุพพลภาพ บริษัทประกันภัยบ่ายเบี่ยงจ่าย!!

รถคว่ำ

โดยอุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่ผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นผู้โดยสารข้างคนขับ กำลังเดินทางกลับจากการไปทำธุระรายงานตัว ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้มีฝนตกลงมาจนเป็นสาเหตุให้ถนนลื่น ทำให้กระบะที่ผู้บาดเจ็บขับมานั้นเกิดเสียหลักลื่นไถลตกลงไปข้างทาง ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ โดยได้รับบาดเจ็บกระดูกบริเวณคอหัก หลังจากรักษาตัวมาได้ระยะหนึ่ง ผู้บาดเจ็บได้ถูกส่งตัวไปรักษาอีกโรงพยาบาลและต้องนอนพักรักษาตัวอีกราวประมาณ 1 เดือน และต่อมาได้ถูกส่งตัวไปอีกโรงพยาบาลหนึ่งเพื่อพักรักษาตัวอีกประมาณครึ่งเดือนเศษ ซึ่งเป็นการรักษาที่ยาวนานและทรมานมาก ผู้บาดเจ็บได้รับข่าวร้ายว่าต้องกลายเป็นผู้ทุพพลภาพถาวร แต่บริษัทประกันภัยหัวใสยังไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีทุพพลภาพตามที่ระบุเอาไว้ในประกัน

ใบรับรองแพทย์แจ้งทุพพลภาพถาวร แต่บริษัทประกันภัยไม่เชื่อ!!

กระดูกหัก

หลังจากนั้นผู้บาดเจ็บยังเกิดภาวะติดเชื้อทำให้ต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ หลังจากต้องนอนป่วยติดเตียงมาเป็นเวลานานเกิดก็ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้ไม่สามารถเดินเหินใช้ชีวิตได้ตามปกติ แถมยังเกิดเป็นแผลกดทับลึกขนาดใหญ่จนไม่สามารถนอนหงายได้ ต้องคอยนอนตะแคงอยู่ตลอดเวลา และต้องเดินทางไปล้างแผลที่โรงพยาบาลทุกวัน ด้วยภาวะที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ด้วยตัวเอง ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปได้อย่างยากลำบาก จึงเป็นอะไรที่ทรมานมากทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เมื่อต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้กลายเป็นผู้ทุพพลภาพภาวร ทำให้ขาดรายได้ในการจุนเจือครอบครัว

บาดเจ็บทุพพลภาพ

จากเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งไปตลอดกาล แน่นอนว่าบริษัทประกันภัยต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายตามที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ แต่บริษัทประกันภัยหัวใสใช้ช่องโหว่ยังไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายที่ระบุตามความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ ซึ่งบริษัทประกันภัยขอเสนอจ่ายเบื้องต้นแค่ค่าสินไหมเป็นเงิน 60,506 บาท และค่านอนรักษาตัวเป็นเงินเพียงแค่ 2,800 บาท ส่วนในกรณีทุพพลภาพถาวรนั้น บริษัทประกันภัยใช้คำกล่าวอ้างว่าทุพพลภาพนั้นจะต้องไม่สามารถใช้งานอวัยวะในร่างกายเพื่อการทำงานใดๆ ได้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าบริษัทประกันภัยเชื่อว่าผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นอาจไม่ได้มีภาวะทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ผู้บาดเจ็บรู้สึกได้ถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงตัดสินใจยื่นฟ้องบริษัทประกันภัย และได้มอบอำนาจให้สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกรณีทุพพลภาพ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เห็นถึงการไร้ความรับผิดชอบต่อผู้บาดเจ็บที่ซื้อประกันภัยเพื่อความคุ้มครอง แต่บริษัทประกันภัยนั้นกลับไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ภาคบังคับ แถมกลับต้องมาเจอคำพูดบั่นทอนจิตใจกันแบบนี้เมื่อเกิดกรณีอุบัติเหตุ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงต้องดำเนินการทวงความยุติธรรมให้แก่ผู้บาดเจ็บอย่างถึงที่สุด ป่วยกายก็นับว่าทุกข์ใจแสนสาหัสอยู่แล้ว ยังมาเจอบริษัทประกันภัยพูดแบบนี้น่าเห็นใจผู้บาดเจ็บเสียจริงๆ

มีทนายไว้คอยให้คำปรึกษาหรือสู้คดีจะดีที่สุด

ประกันภัยหัวใส! ผู้บาดเจ็บประสบภัยจนเป็นผู้ป่วยติดเตียง แต่บ่ายเบี่ยงไม่จ่ายเหตุทุพพลภาพถาวร อ้าง! ต้องใช้การไม่ได้ทั้งหมด

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า “ทำไมเราควรต้องมีทนายความผู้เชี่ยวชาญ” ไว้คอยช่วยเหลือดูแลเมื่อเกิดอุบัติขึ้น อย่างน้อยยังอุ่นใจได้ว่าเราจะไม่ถูกบริษัทประกันภัยเอารัดเอาเปรียบแบบกรณีนี้ หากท่านไหนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมาย หรืออยากปรึกษาคดีด้านไหนติดต่อมาได้ที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เรามีทนายความผู้เชี่ยวชาญไว้คอยช่วยเหลือให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ

Line @ คลิก! โทรหาเรา คลิก!