บริการตรวจสอบและสืบหาคนที่ “ด่า” คุณบน Facebook และโลกออนไลน์

ในยุคดิจิทัลที่ใคร ๆ ก็สามารถพิมพ์ แสดงความคิดเห็น หรือโพสต์ข้อความได้เพียงปลายนิ้ว หลายครั้งเราพบว่ามีคนโพสต์ข้อความ ด่า ดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาทผ่าน Facebook และ Social Media ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโพสต์สาธารณะ คอมเมนต์ หรือแม้แต่การแชร์ต่อโดยไม่คิดถึงผลกระทบที่ตามมา ข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชื่อเสียง เกียรติยศ หรือธุรกิจของผู้ถูกพาดพิง

หลายคนที่ ด่า คนอื่นมักคิดว่า “โพสต์แล้วลบ” หรือ “ใช้บัญชีปลอม (Fake Account)” จะไม่มีใครสืบเจอ แต่ในความจริง เมื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย การสืบหาตัวตนของผู้ที่ ด่า คนอื่นบนโลกออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายคนเข้าใจ

การ ด่า ในโลกออนไลน์ถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่?

แม้คำว่า ด่า จะฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากเกิดขึ้นในสื่อสาธารณะ เช่น Facebook หรือ TikTok ข้อความเหล่านั้นอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายชัดเจน ได้แก่

  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 เรื่องหมิ่นประมาท
    ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นมีความผิดฐานหมิ่นประมาท มีโทษทั้งจำคุกและปรับ
  • พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560
    การโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ หรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษร้ายแรงกว่าการพูดปกติ

ดังนั้น การ ด่า ในโลกออนไลน์ไม่ใช่เพียงการแสดงความคิดเห็น แต่สามารถกลายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และถูกดำเนินคดีได้จริง

อย่าคิดว่า ด่า ใน Facebook หรือโลกออนไลน์แล้วไม่มีใครตามเจอ!

ในยุคที่ทุกคนใช้ Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter (X) หรือ TikTok พื้นที่เหล่านี้กลายเป็นเหมือนห้องสาธารณะที่ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี แต่หลายครั้งเราก็เห็นคนใช้พื้นที่นี้ผิดทาง เช่น เข้าไป ด่า คนอื่นด้วยถ้อยคำหยาบคาย กล่าวหา หรือโพสต์ข้อความให้เสียหาย โดยคิดว่า “ก็แค่พิมพ์ในโลกออนไลน์ เดี๋ยวก็ผ่านไป” หรือ “ใช้บัญชีปลอม ไม่มีใครหาตัวเจอ”

ความจริงแล้ว ความคิดเหล่านี้เป็น ความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง เพราะการ ด่า ในโลกออนไลน์ไม่ได้จบแค่ในคอมเมนต์หรือโพสต์ แต่สามารถกลายเป็นคดีความ มีผลทางกฎหมาย และตามหาตัวผู้กระทำได้เสมอ

มีหลายครั้งผู้ที่โพสต์ข้อความ ด่า คนอื่น อาจใช้บัญชีปลอม (Fake Account) หรือใช้ชื่อที่ไม่ตรงกับตัวจริง คิดว่าไม่มีใครรู้ว่าตนเป็นใคร แต่ความจริงแล้ว หากมีการร้องทุกข์หรือแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ สำนักงานกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการเพื่อขอข้อมูลจากแพลตฟอร์ม รวมถึงตรวจสอบหมายเลข IP Address และหลักฐานดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อสืบหาตัวบุคคลที่แท้จริงได้

หากถูก ด่า บนโลกออนไลน์ ควรทำอย่างไร?

เมื่อคุณถูก ด่า จนกระทบต่อชื่อเสียงหรือธุรกิจ สิ่งที่ควรทำคือดำเนินการอย่างถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย โดยมีแนวทางดังนี้

1. เก็บหลักฐานทันที
แคปหน้าจอข้อความ คอมเมนต์ โพสต์ หรือการแชร์ พร้อมวัน เวลา และลิงก์โพสต์ แม้ผู้โพสต์จะลบข้อความ แต่คุณก็ยังมีหลักฐานที่สามารถใช้ยืนยันได้

2. อย่าโต้ตอบด้วยการด่ากลับ
เพราะการ ด่า กลับอาจทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาเอง ทางที่ดีควรใช้ช่องทางกฎหมายแทน

3. ปรึกษาทนายความ
ทนายความผู้เชี่ยวชาญจะดำเนินการวางแนวทาง รวบรวมหลักฐาน และดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอน ลดความเสี่ยงที่จะพลาดหรือถูกฟ้องกลับ

บริการของสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์: ตรวจสอบและสืบหาคนที่ด่าคุณ

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ มีทีมทนายความและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ พร้อมบริการสืบหาตัวบุคคลที่โพสต์ข้อความ ด่า หรือหมิ่นประมาทคุณบนโลกออนไลน์ ครอบคลุมการดำเนินการดังนี้

  • เก็บและจัดการหลักฐานดิจิทัลอย่างถูกต้อง
  • ตรวจสอบร่องรอยเทคนิค เช่น IP Address และข้อมูลจากแพลตฟอร์ม
  • ประเมินข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งคดีหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
  • ดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและคดีในชั้นศาลอย่างเป็นระบบ

ทำไมต้องให้ทนายความจัดการแทน ไม่ควรทำเอง?

การจัดการปัญหาการถูก ด่า ด้วยตัวเองอาจทำให้พลาดขั้นตอนสำคัญ และทำให้ผู้กระทำลอยนวล การมีทนายความจะดำเนินการให้คุณ

  • ดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ลดความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องกลับ
  • เพิ่มน้ำหนักให้การร้องทุกข์และคดีมีโอกาสสำเร็จสูง
  • ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณโดยเฉพาะ

อย่าปล่อยให้การถูก ด่า ทำลายชื่อเสียงของคุณ ปรึกษาทนายความได้ทันที

การ ด่า ในโลกออนไลน์ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะสามารถทำลายชื่อเสียงและเกียรติยศได้จริง ผู้ที่ ด่า อย่าคิดว่าซ่อนตัวหลังบัญชีปลอมแล้วจะไม่มีใครตามเจอ ทุกการกระทำทิ้งร่องรอยไว้เสมอ

👉 หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหานี้ อย่าปล่อยให้ความเสียหายบานปลาย ปรึกษา สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ทีมทนายความผู้เชี่ยวชาญพร้อมตรวจสอบ สืบหาคนที่ ด่า คุณบน Facebook และโลก Social และดำเนินคดีเพื่อปกป้องสิทธิและชื่อเสียงของคุณอย่างจริงจัง

หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ไม่รู้กฎหมาย = เสี่ยงโดนฟ้องเพราะรีวิว

ในยุคดิจิทัลที่ใคร ๆ ก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้ผ่านโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์รีวิว หรือ Google Map การเขียนรีวิวกลายเป็นกิจกรรมธรรมดาที่หลายคนทำโดยไม่ได้คิดอะไรมาก แต่คุณรู้หรือไม่ว่า “ข้อความไม่กี่บรรทัด” ที่คุณโพสต์อาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายฐาน หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นคดีอาญาที่มีโทษทั้งจำและปรับ

และหากคุณไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน นี่อาจเป็นบทความที่ช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการ โดนฟ้องเพราะรีวิว ได้อย่างทันท่วงที

หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาคืออะไร?

หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 โดยหมายถึงการ ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ด้วยการโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นผ่าน

  • หนังสือพิมพ์
  • ภาพพิมพ์
  • โทรทัศน์ วิทยุ
  • โซเชียลมีเดีย
  • เว็บไซต์
  • หรือแม้แต่ระบบรีวิวต่าง ๆ เช่น Google Review, Facebook Review

หากข้อความที่โพสต์นั้นทำให้บุคคลอื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือเกลียดชัง ก็ถือว่าผิดทันที

โทษ: จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รีวิวไม่ระวัง อาจพังทั้งชีวิต

หลายคนเข้าใจผิดว่า “ถ้าเรื่องจริง ก็ไม่ผิด” แต่ในทางกฎหมาย ความจริงไม่ได้ปกป้องคุณเสมอไป หากคุณไม่สามารถพิสูจน์ได้ หรือใช้ถ้อยคำดูหมิ่น เสียดสี พาดพิงเกินกว่าเหตุ ก็สามารถถูกดำเนินคดีได้ทันที

ตัวอย่างเช่น รีวิวใน Google ที่กล่าวถึงพฤติกรรมของหมอว่า “พูดจาไม่ดี เหมือนหิวข้าว” หรือ “กลัวหมอฆ่าเรา” แม้เป็นความรู้สึกส่วนตัว แต่มีลักษณะพาดพิงเฉพาะเจาะจง และอาจสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงของหมอและสถานพยาบาล ในกรณีเช่นนี้ เจ้าของข้อความสามารถ โดนฟ้องเพราะรีวิว ได้ไม่ยากเลย

ระวัง! สิ่งที่คุณโพสต์อาจกลายเป็นหลักฐานในศาล

ข้อควรรู้คือ แม้คุณจะลบข้อความไปแล้ว หากมีคนแคปไว้ ก็ยังสามารถใช้เป็นหลักฐานได้ และการอ้างว่า “ไม่ตั้งใจ” หรือ “แค่เล่าเรื่องจริง” ไม่ใช่ข้อแก้ต่างทางกฎหมายที่ศาลจะยอมรับ

ถ้าคุณเขียนรีวิวโดย

  • ระบุชื่อหรือรายละเอียดที่ทำให้รู้ว่าเป็นใคร
  • ใช้คำรุนแรง ดูหมิ่น หรือประจาน
  • ไม่มีหลักฐานสนับสนุน

ข้อความของคุณอาจเข้าข่าย “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ทันทีโดยไม่ต้องรอให้มีการแชร์เป็นจำนวนมาก

จุดเสี่ยงของการรีวิวที่หลายคนไม่รู้

  • รีวิวพาดพิงบุคคลโดยไม่มีการเบลอหรือปกปิด
  • ใช้คำพูดเชิงอารมณ์ เช่น “กลัวหมอฆ่า”, “แย่ที่สุดในชีวิต”
  • วิจารณ์โดยไม่มีหลักฐาน เช่น ไม่พอใจแต่ไม่มีเอกสารหรือคลิปเสียงยืนยัน
  • รีวิวแล้วมีผลให้คนอื่นเลิกใช้บริการหรือเข้าใจผิด

รีวิวอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงโดนฟ้องเพราะรีวิว?

1. ไม่ระบุตัวตนบุคคลชัดเจน
ใช้คำกลาง ๆ เช่น “พนักงานบางคน”, “แพทย์เวร” แทนชื่อบุคคล

2. มีหลักฐานรองรับ
หากเป็นประสบการณ์ส่วนตัว ควรมีใบเสร็จ ภาพ หรือเสียงเพื่อยืนยัน

3. เล่าเหตุการณ์โดยใช้ภาษาเป็นกลาง
หลีกเลี่ยงคำที่แสดงอารมณ์หรือเจตนาดูหมิ่น

4. แจ้งเรื่องกับสถานบริการก่อนรีวิว
การให้โอกาสสถานบริการแก้ไขก่อนโพสต์ อาจช่วยลดปัญหาได้

5. ไม่แชร์หรือเขียนซ้ำข้อความที่ไม่ใช่ของตัวเอง
แม้คุณจะแค่แชร์โพสต์จากผู้อื่น ถ้าเนื้อหานั้นผิดกฎหมาย คุณก็มีความผิดได้เช่นกัน

ข้อควรระวังสำหรับผู้เขียนรีวิวในปี 2025

  หลีกเลี่ยงการระบุตัวตนบุคคลโดยชัดเจน
ไม่ควรใส่ชื่อ วันที่ เวลา หรือพฤติกรรมเฉพาะเจาะจงที่ทำให้ผู้อื่นสามารถระบุได้ว่า “ใคร” คือตัวบุคคลที่คุณกล่าวถึง

2.      ใช้ภาษาที่สุภาพและกลางมากที่สุด
หากต้องการวิจารณ์ ควรใช้ถ้อยคำที่แสดงความรู้สึกในเชิงส่วนตัว เช่น “รู้สึกไม่ประทับใจ” “การสื่อสารไม่ตรงใจ” แทนการใช้ถ้อยคำดูหมิ่น

3.      มีหลักฐานรองรับทุกข้อกล่าวหา
หากคุณจะเขียนว่าอีกฝ่ายพูดไม่ดี ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ควรมีหลักฐาน เช่น ภาพ เสียง หรือเอกสารเพื่อป้องกันการถูกฟ้องกลับ

4.      หลีกเลี่ยงการ “ประจาน” หรือเรียกเสียงดราม่า
การใช้ถ้อยคำหวือหวาอาจทำให้คนอ่านสนใจ แต่ก็ทำให้คุณเสี่ยงต่อการโดนฟ้องมากขึ้น

5.      หากไม่มั่นใจ อย่าโพสต์ลงสาธารณะ
ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือการแจ้งปัญหาโดยตรงกับสถานพยาบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือทนายความ เพื่อช่วยไกล่เกลี่ยอย่างเป็นทางการ

สิ่งที่ผู้เขียนรีวิวควรรู้

  • การเขียนข้อความลงโซเชียลมีเดียถือเป็น “การโฆษณา” ตามกฎหมายไทย
  • แม้จะลบข้อความไปแล้ว หากมีคนแคปไว้ ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานฟ้องได้
  • การกล่าวหาผู้อื่นในที่สาธารณะโดยไม่มีหลักฐาน ถือว่าผิด แม้เจตนาไม่ร้ายก็ตาม

หากคุณถูกฟ้องจากการรีวิว ควรทำอย่างไร?

หากคุณเผลอโพสต์ข้อความแล้วได้รับหมายเรียกจากศาล สิ่งที่ควรทำคือ ติดต่อทนายความทันที เพื่อดำเนินการแก้ต่างในกระบวนการยุติธรรม

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกรณีของการหมิ่นประมาท รวมถึงการต่อสู้คดีบนโซเชียลและโลกออนไลน์ เพราะเรารู้ว่า “ทุกคำพูดมีค่า และอาจมีราคาทางกฎหมายเสมอ”

ในยุคที่รีวิวมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้คนแบบนี้ การโพสต์ทุกคำจึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
เพราะหากไม่ระวัง คุณอาจเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีข้อหา หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และต้องเสียทั้งเงิน เวลา และชื่อเสียงได้ คลิก >>ปรึกษาทนาย<< หากต้องการคำปรึกษาทางกฎหมาย

อย่าคิดว่ารีวิวไม่ผิดกฎหมาย เพราะมีหลายคนแล้วที่ “โดนฟ้องเพราะรีวิว” โดยไม่ทันตั้งตัว

หมิ่นประมาท กรณีไหนที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าไม่มีความผิด?

ในยุคโซเชียลมีเดีย การแสดงความคิดเห็น การโพสต์ การแชร์ หรือการเขียนวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน แต่หลายครั้งสิ่งเหล่านี้ก็อาจนำไปสู่ข้อหา “หมิ่นประมาท” ได้โดยไม่รู้ตัว อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีของการพูดถึงคนอื่นในทางเสียหายจะถือว่าผิดเสมอไป เพราะ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ได้ระบุข้อยกเว้นไว้อย่างชัดเจนว่า “พูดแล้วไม่ผิด” หากเข้าข่ายตามบทบัญญัติของกฎหมาย

บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า กรณีแบบไหนบ้างที่ กฎหมายถือว่าแม้จะเข้าข่ายหมิ่นประมาท แต่ก็ไม่ถือว่ามีความผิด เพราะเป็นการกระทำที่ชอบด้วยเหตุผล และอยู่ภายใต้ความคุ้มครองตามกฎหมาย

หมิ่นประมาทคืออะไร?

ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 กำหนดว่า

“ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท”

โดยการ “ใส่ความ” อาจเกิดได้ทั้งจากคำพูด การเขียน การโพสต์ข้อความในโลกออนไลน์ การส่งข้อความส่วนตัว หรือการกระทำใด ๆ ที่สื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ดี จนส่งผลให้บุคคลนั้นเสียหาย

โทษของการหมิ่นประมาทมีตั้งแต่ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจหนักขึ้นหากกระทำต่อสาธารณะ (มาตรา 328)

กรณียกเว้น: “พูดแล้วไม่ผิด” ตามมาตรา 329

แม้ข้อความที่กล่าวจะทำให้ผู้อื่นเสียหาย แต่ หากมีเหตุผลอันชอบธรรม หรือเป็นการกระทำในลักษณะที่กฎหมายให้ความคุ้มครอง ก็ไม่ถือว่าเป็นความผิด ตัวอย่างข้อยกเว้นที่ชัดเจนตาม มาตรา 329 ได้แก่

1. การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความในศาล

“ความเห็นหรือข้อความใด ๆ ที่คู่ความ ทนายความ หรือพยาน กล่าวหรือให้ไว้ในการพิจารณาคดีในศาล”

กรณีนี้ครอบคลุมถึงการให้การ การเบิกความ หรือการแสดงข้อเท็จจริงในชั้นศาล หากเป็นไปโดยสุจริต ย่อมไม่ถือว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาท แม้จะเป็นการกล่าวถึงผู้อื่นในทางเสียหาย

2. การติชมโดยสุจริต

“การแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต”

ในเรื่องต่อไปนี้ กฎหมายถือว่าไม่เป็นความผิด หากกระทำโดยสุจริต:

  • การติชมการกระทำของบุคคลเพื่อประโยชน์สาธารณะ
  • การวิจารณ์เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ
  • การติชมในฐานะครู อาจารย์ หรือผู้บังคับบัญชา
  • การติชมบุคคลที่เสนอเรื่องของตนเข้าสู่สาธารณะ เช่น นักร้อง ดารา นักการเมือง
  • การแสดงความเห็นต่อผลงานที่ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ เช่น หนังสือ รายการทีวี เพลง หรือบทความ

ย้ำว่า ต้องทำโดยสุจริต ไม่เจตนาให้เสียหาย และอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม เช่น ตำหนิเพื่อสร้างสรรค์ ไม่ใช่ประจานหรือเหยียดหยาม

3. การปกป้องสิทธิหรือประโยชน์โดยชอบ

“การแจ้งข่าว การแสดงความคิดเห็น หรือกล่าวหาต่อเจ้าพนักงาน เพื่อให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่”

หากคุณไปแจ้งความกับตำรวจ แจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ หรือยื่นเรื่องร้องเรียนกับหน่วยงานของรัฐโดยสุจริต และมีหลักฐานว่ามีมูลจริง การกระทำเช่นนี้ไม่ถือว่าหมิ่นประมาท แม้จะมีการกล่าวถึงบุคคลอื่นในทางเสียหายก็ตาม

ตัวอย่างจริง ที่ “พูดแล้วไม่ผิด”

1.ลูกจ้างโพสต์ประจานนายจ้างที่ไม่จ่ายเงินเดือน
หากโพสต์โดยสุจริต พร้อมแสดงหลักฐาน และไม่มีเจตนาใส่ความเกินจริง ศาลอาจมองว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นตามความจริง และเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ

2.นักข่าววิจารณ์นักการเมือง
หากเสนอข้อมูลจากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ และไม่ได้ใช้ถ้อยคำดูหมิ่นรุนแรง ก็ถือว่าไม่เป็นความผิด

3.ชาวบ้านร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐเรื่องทุจริต
หากมีพยานหลักฐาน หรือกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ถือว่าหมิ่นประมาท

ทำอย่างไรถ้าถูกแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท?

หากคุณถูกกล่าวหาว่า หมิ่นประมาท และมั่นใจว่าการกระทำของคุณอยู่ในขอบเขตของข้อยกเว้นตามกฎหมาย ควรดำเนินการดังนี้

1.เก็บรวบรวมหลักฐาน ที่แสดงว่าเจตนาเป็นไปโดยสุจริต เช่น หลักฐานการไม่รับค่าจ้าง รูปภาพหรือแชตประกอบ ฯลฯ

2.ไม่โพสต์ตอบโต้เพิ่มเติม ที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทซ้ำ

3.ปรึกษาทนายความทันที เพื่อประเมินว่าเข้าข้อยกเว้นหรือไม่ และจะต่อสู้คดีอย่างไร

หมิ่นประมาทไม่ใช่ความผิดในทุกกรณี หากมีเจตนาโดยสุจริต

แม้จะถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท แต่หากการกระทำนั้น

  • เป็นการติชมโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ
  • เป็นการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่
  • เป็นความเห็นในชั้นศาล
  • หรือเป็นการแสดงความคิดเห็นที่อยู่ในขอบเขตเหมาะสม

คุณอาจไม่มีความผิดตามกฎหมาย และสามารถใช้ข้อยกเว้นตามมาตรา 329 เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้หากคุณหรือคนใกล้ตัวถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท อย่าเพิ่งยอมรับผิดหรือตกใจ ควรรีบปรึกษาทนายความโดยเร็ว เพื่อวางแนวทางสู้คดีให้ชัดเจน และรักษาสิทธิของตนอย่างเต็มที่ ปรึกษาทนายคดีหมิ่นประมาท คลิก >>ติดต่อเรา<<

อินฟลูเอนเซอร์โดนละเมิดสิทธิ! เอารูปเซ็กซี่ไปใช้โฆษณาโดยไม่ขออนุญาต ฟ้องได้ไหม?

ในยุคที่ “อินฟลูเอนเซอร์” กลายเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในสังคมออนไลน์ ภาพลักษณ์และตัวตนของอินฟลูเอนเซอร์คือทรัพย์สินสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้และชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม เมื่อสื่อออนไลน์แพร่หลายมากขึ้น ก็มีผู้ไม่หวังดีจำนวนมากนำ “ภาพ” โดยเฉพาะภาพที่มีลักษณะเซ็กซี่หรือแต่งกายโป๊ของอินฟลูเอนเซอร์ไปใช้ประโยชน์ทางการค้า เช่น โฆษณาสินค้า ยา อาหารเสริม หรือบริการต่าง ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ

เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก หากคุณเป็นอินฟลูเอนเซอร์หรือบุคคลทั่วไปที่ถูกนำภาพไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม คุณมีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำได้อย่างเต็มที่ และควรรีบปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินคดีโดยเร็ว

การนำภาพโป๊หรือเซ็กซี่ไปใช้โดยพลการ = ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล + หมิ่นประมาท

การนำภาพของบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะภาพที่อาจทำให้เจ้าของภาพได้รับความเสียหายทางชื่อเสียง เช่น ภาพแต่งตัวเซ็กซี่ ภาพชุดว่ายน้ำ ภาพในเชิงวาบหวิว แล้วนำไปใช้โฆษณาสินค้าโดยไม่มีบริบท หรือใช้ร่วมกับข้อความชวนเข้าใจผิด ล้วนเข้าข่ายความผิดหลายประการตามกฎหมายไทย ได้แก่:

  • ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
  • หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา หากข้อความหรือภาพที่ใช้ทำให้บุคคลนั้นเสียหาย ถูกดูหมิ่น หรือเกลียดชัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) หากนำภาพบุคคลไปใช้เพื่อผลประโยชน์โดยไม่ได้รับความยินยอม
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 กรณีเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูล

อินฟลูเอนเซอร์ = บุคคลสาธารณะ ที่ต้องได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกัน 

แม้อินฟลูเอนเซอร์จะมีสถานะเป็น “บุคคลสาธารณะ” ในทางการตลาดหรือสื่อ แต่ไม่ได้แปลว่าใครจะสามารถใช้ภาพหรือนำชื่อเสียงของอินฟลูเอนเซอร์ไปใช้หาประโยชน์ทางการค้าโดยอิสระ เพราะอินฟลูเอนเซอร์ทุกคนมี สิทธิในภาพลักษณ์ (Image Right) และ สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Right) เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

ยิ่งหากภาพนั้นเป็นภาพที่ถ่ายขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น ถ่ายเพื่อโปรโมตงานศิลปะ แฟชั่น หรืองานส่วนตัว แล้วถูกนำไปตัดต่อ โฆษณาสินค้าเกี่ยวกับเรื่องเพศ ยาเสริม อาหารเสริม หรือสิ่งที่อาจบั่นทอนชื่อเสียง ยิ่งถือเป็นการละเมิดร้ายแรง

ตัวอย่างเหตุการณ์ที่พบบ่อย

  • อินฟลูเอนเซอร์สายแฟชั่นโพสต์ภาพชุดบิกินีริมทะเล ถูกนำไปตัดต่อและใส่ข้อความชวนเข้าใจผิดเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก
  • ภาพถ่ายจากไอจีของเน็ตไอดอลถูกดึงไปใช้ในเพจขายครีมโดยไม่แจ้งให้ทราบ
  • รูปนางแบบที่แต่งเซ็กซี่ในบริบทแฟชั่น ถูกนำไปแปะบนโฆษณาสำหรับเว็บพนันหรือบริการไม่เหมาะสม

กรณีเหล่านี้แม้ไม่ได้มีคำด่าหรือกล่าวหาโดยตรง แต่ก็สามารถทำให้เจ้าของภาพได้รับความเสียหายทั้งด้านชื่อเสียงและโอกาสทางอาชีพ และมีสิทธิ์เรียกร้อง ค่าเสียหายทางแพ่ง หรือ ฟ้องร้องทางอาญา ได้

อินฟลูเอนเซอร์ควรทำอย่างไรเมื่อถูกละเมิดสิทธิ?

1.รวบรวมหลักฐานทันที เช่น สกรีนช็อตโพสต์ที่ละเมิด ข้อมูลของผู้โพสต์ ต้นฉบับของภาพที่ถูกนำไปใช้

2.อย่าโต้ตอบด้วยอารมณ์ เพราะอาจทำให้เรื่องบานปลาย หรือคุณกลายเป็นผู้กระทำผิดเอง

3.ปรึกษาทนายความ เพื่อประเมินความเสียหาย รวบรวมหลักฐาน และดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา

4.แจ้งความหรือยื่นฟ้องในศาล ทนายความสามารถดำเนินการแทนได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

5.แจ้งลบเนื้อหาหรือร้องเรียนไปยังแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง เช่น Facebook, Instagram, TikTok หรือเว็บไซต์นั้น ๆ

ทำไมต้องปรึกษาทนายความโดยเฉพาะ?

การดำเนินคดีละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและหมิ่นประมาทบนโลกออนไลน์มีรายละเอียดทางกฎหมายที่ซับซ้อน ตั้งแต่การอ้างสิทธิในภาพ การระบุเจตนาของผู้ละเมิด ไปจนถึงการเรียกร้องค่าเสียหายอย่างเป็นธรรม ทนายความผู้เชี่ยวชาญจะช่วยคุณ:

  • วิเคราะห์คดีอย่างถูกต้อง
  • เก็บพยานหลักฐานให้ครบถ้วน
  • ดำเนินการฟ้องคดีได้อย่างมืออาชีพ
  • ปกป้องชื่อเสียงและสิทธิของคุณในระยะยาว

“อินฟลูเอนเซอร์” ไม่ควรนิ่งเฉยเมื่อถูกละเมิดสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นการเอาภาพไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือถูกตัดต่อให้เสียหาย เพราะชื่อเสียงและภาพลักษณ์คือสินทรัพย์ที่มีมูลค่า หากถูกกระทำให้เสียหาย ต้องรีบดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

หากคุณกำลังเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้ อย่ารอช้า ปรึกษา ทนายอาร์ม จาก สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ทันที — เพราะภาพของคุณคือสิทธิของคุณ และเราอยู่ตรงนี้เพื่อปกป้องมันให้ดีที่สุด

คดีตัวอย่าง “หมิ่นประมาท” บนแพลตฟอร์ม X (Twitter) “รับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น”

ในยุคที่สื่อโซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ หลายคนอาจลืมคิดไปว่า “เสรีภาพในการพูด” ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยเฉพาะการโพสต์หรือรีทวิตข้อความที่อาจเข้าข่าย หมิ่นประมาท ซึ่งกฎหมายไทยถือว่าเป็นความผิดอย่างชัดเจน แม้คุณจะไม่ใช่คนแต่งข้อความเอง แต่เพียงแค่รีทวิตข้อความที่พาดพิงหรือใช้คำหยาบคายใส่ผู้อื่น ก็อาจถูกฟ้องร้องและต้องชดใช้ค่าเสียหายได้เช่นกัน

รีทวิตด่าสนุกปากสุดท้ายต้องจ่ายจริง!

จากเคสจริงที่ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ได้รับเรื่องดำเนินคดีให้กับผู้เสียหายคนหนึ่งที่ถูกรีโพสต์ข้อความด่าทออย่างหยาบคายบนแพลตฟอร์ม X (หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า Twitter) ซึ่งทำให้ผู้เสียหายรู้สึกว่าถูกลบหลู่ชื่อเสียง เสียเกียรติ และถูกพาดพิงในทางเสื่อมเสีย

แม้ผู้ก่อเหตุจะไม่ได้เป็นผู้เขียนข้อความตั้งต้น แต่การ “รีทวิต” ข้อความดังกล่าวซ้ำ โดยไม่มีการปฏิเสธหรือระบุว่าไม่เห็นด้วย กลับทำให้ศาลเห็นว่าเป็นการเผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาทซ้ำ และเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย

ทางสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์จึงได้มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังบุคคลดังกล่าวและมีข้อตกลงเป็นสัญญาว่าผู้รีทวิตต้อง:

  • ชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท
  • ทำการโพสต์ขอโทษผู้เสียหาย ทุกวันเวลา 12.00 น. ติดต่อกัน เป็นเวลา 1 เดือน
  • ให้คำมั่นว่าจะไม่โพสต์หรือกล่าวถึงผู้เสียหายอีก
  • ห้ามลบโพสต์คำขอโทษ
  • หากผิดสัญญา ต้องชดใช้ค่าเสียหายเพิ่มเติมอีก 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่นี่คือผลลัพธ์จากการใช้โซเชียลมีเดียโดยไม่ระมัดระวัง

หมิ่นประมาทคืออะไร?

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ถือว่ากระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท” ไม่ว่าจะเป็นการพูด การเขียน การพิมพ์ หรือแม้แต่การโพสต์และแชร์ในโลกออนไลน์ ล้วนเข้าข่ายได้ทั้งสิ้น

หากเป็นการกระทำผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook, Twitter, Instagram หรือ TikTok จะถือว่าเข้าข่าย หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษหนักยิ่งกว่า และโทษสูงสุดอาจถึงจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รีทวิต = ร่วมหมิ่นประมาท ก็มีความผิด?

คำถามยอดฮิตคือ “แค่รีทวิตจะผิดด้วยเหรอ?”
คำตอบคือ “ใช่” หากคุณรีทวิตข้อความหมิ่นประมาทโดยไม่มีการปฏิเสธหรือแสดงเจตนาไม่เห็นด้วย ศาลอาจพิจารณาว่าคุณเจตนาเผยแพร่ข้อความหมิ่นนั้นต่อสาธารณะ ซึ่งเข้าข่ายเป็น “ผู้กระทำผิดร่วม”

อย่าอ้างว่าแค่ล้อเล่นหรือสนุกปาก

หลายคนโพสต์หรือแชร์เพียงเพราะต้องการมีส่วนร่วมกับกระแสในโลกออนไลน์ โดยลืมคิดไปว่าความเสียหายที่เกิดกับชื่อเสียงของผู้อื่นนั้นอาจร้ายแรงและก่อให้เกิดผลกระทบจริง ไม่ใช่แค่เรื่องเล่น ๆ

ประโยคอย่าง “แค่รีทวิตเองนะ จะฟ้องอะไร” ไม่ใช่ข้ออ้างที่ใช้ได้ในศาล เมื่อหมายศาลถึงหน้าบ้าน ทุกคำที่โพสต์ไว้สามารถย้อนกลับมาเป็นหลักฐานทางคดีได้ทั้งหมด

“รับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น” ไม่ใช่คำพูดเล่น ๆ

คดีหมิ่นประมาทออนไลน์ในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้เสียหายหลายรายเลือกดำเนินคดีจริงจัง ไม่ใช่แค่เรียกร้องคำขอโทษ แต่รวมถึง เรียกค่าเสียหาย ที่เกิดจากความเสื่อมเสียชื่อเสียงด้วย และบางกรณีอาจมีค่าชดเชยหลักแสนถึงหลักล้านบาท

หากถูกหมิ่นประมาท ควรทำอย่างไร?

หากคุณเป็นผู้เสียหายจากการถูกโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทบนโซเชียลมีเดีย ควรดำเนินการดังนี้:

1.แคปหน้าจอและเก็บหลักฐาน ทั้งภาพ ข้อความ ลิงก์ และวันเวลาที่โพสต์

2.รีบปรึกษาทนายความ เพื่อประเมินแนวทางดำเนินคดี

3.อย่าตอบโต้ด้วยการด่ากลับ เพราะอาจทำให้คุณตกเป็นฝ่ายผิดร่วมด้วย

ปรึกษาทนายเพื่อไม่ให้ความเสียหายเกินควบคุม

การต่อสู้คดีหมิ่นประมาทไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ทั้งการวิเคราะห์ข้อความ การรวบรวมพยานหลักฐาน และการดำเนินคดีในศาล หากคุณต้องการที่พึ่งทางกฎหมายที่น่าเชื่อถือ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

เรามีทีมทนายความที่เชี่ยวชาญคดีหมิ่นประมาทโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ การแชร์ การรีทวิต หรือการส่งข้อความส่วนตัวที่เข้าข่ายหมิ่นประมาท เราจะช่วยคุณประเมินคดี และวางกลยุทธ์เพื่อปกป้องสิทธิของคุณอย่างมืออาชีพ

โลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยจากกฎหมาย อย่าคิดว่าแค่รีทวิตหรือโพสต์ด่าเล่น ๆ จะไม่มีผลตามมา เพราะทุกข้อความสามารถกลายเป็นหลักฐานในคดีหมิ่นประมาทได้ทันที ก่อนจะแชร์ ก่อนจะพิมพ์ คิดให้ดี เพราะคำพูดในโลกออนไลน์อาจมีราคาที่ต้องจ่ายจริง
หากคุณต้องการคำปรึกษาทางกฎหมายเกี่ยวกับคดีหมิ่นประมาท ติดต่อ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ทันที เพื่อไม่ให้ความเสียหายลุกลามจนเกินควบคุม

ถูกแขวนชื่อใน X (ทวิตเตอร์) จนเสียหาย! เข้าข่าย หมิ่นประมาท ดำเนินคดีได้ทันที

ในยุคโซเชียลมีเดียครองโลก โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม X หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า Twitter การโพสต์ข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดอาจส่งผลร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะหากเนื้อหานั้นพาดพิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งอย่างชัดเจน จนทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ ล่าสุดมีกรณีหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อผู้เสียหายรายหนึ่งได้ถูกโพสต์ “แขวน” บนแพลตฟอร์ม X พร้อมกับการแท็กชื่อ-นามสกุลจริงของตน ส่งผลให้ผู้ที่ติดตามโพสต์ดังกล่าวเข้าใจผิดและมีท่าทีดูหมิ่นต่อผู้เสียหายเป็นวงกว้าง

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้เสียหาย ทั้งในด้านจิตใจและชื่อเสียงในสังคมออนไลน์ จนเจ้าตัวทนไม่ไหวต้องรีบติดต่อทนายความเพื่อดำเนินคดีหมิ่นประมาท ทันที โดยยืนยันว่าไม่ต้องการเจรจาใด ๆ เพราะเหตุการณ์ได้บานปลายเกินควบคุม และหากปล่อยไว้ก็อาจมีผู้ใช้รายอื่นแชร์หรือโพสต์ต่อจนสร้างความเสียหายมากยิ่งขึ้น

หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา คืออะไร? รู้ไว้ก่อนจะสายเกินไป

ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ระบุว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ถือว่าเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งโทษอาจถึงขั้นจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, X (Twitter), TikTok หรือ Instagram จะเข้าข่าย หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งมีโทษรุนแรงขึ้นตาม มาตรา 328 โดยมีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีที่เกิดขึ้นใน X ถือว่าเข้าข่ายชัดเจน เพราะมีการแท็กชื่อ-นามสกุลจริงของผู้เสียหาย และโพสต์ให้สาธารณชนรับรู้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อชื่อเสียง และเกิดการเข้าใจผิดจากผู้ที่เห็นโพสต์ จึงถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอย่างไม่ต้องสงสัย

โพสต์แบบไหนเสี่ยงโดนฟ้องหมิ่นประมาท?

ไม่ใช่ทุกโพสต์จะเข้าข่ายผิดกฎหมาย แต่มีลักษณะบางอย่างที่หากปรากฏในโพสต์ของคุณ อาจถูกฟ้องได้ทันที เช่น

  • กล่าวหา หรือให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับบุคคลอื่น
  • พาดพิงชื่อจริง-นามสกุล หรือข้อมูลระบุตัวตนได้ชัดเจน
  • ใช้คำพูดเสียดสี ประชดประชัน หรือสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง
  • มีการแชร์ต่อ หรือกระจายโพสต์นั้นไปยังบุคคลอื่นจำนวนมาก
  • ใช้ภาพหรือข้อความประกอบเพื่อเน้นความน่าเชื่อถือของข้อกล่าวหา

ในกรณีนี้ ผู้กระทำโพสต์โดยเจตนาใส่ร้าย แท็กชื่อจริงของผู้เสียหาย และกระจายโพสต์ต่อในวงกว้าง ถือว่ามีองค์ประกอบครบถ้วนของความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ผู้เสียหายสามารถใช้โพสต์ดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในการแจ้งความได้ทันที

วิธีดำเนินคดีหมิ่นประมาท กรณีเกิดขึ้นในโลกออนไลน์

เมื่อคุณตกเป็นเหยื่อของการหมิ่นประมาทบนโซเชียล อย่าปล่อยให้เหตุการณ์ผ่านไปโดยไม่ดำเนินการใด ๆ เพราะหากผู้กระทำผิดไม่ถูกดำเนินคดี อาจทำให้เกิดการกระทำซ้ำหรือเกิดเหตุกับผู้อื่นได้อีกในอนาคต โดยกระบวนการดำเนินคดีสามารถเริ่มได้ดังนี้

1.รวบรวมหลักฐานทันที
ให้แคปหน้าจอโพสต์ ข้อความ หรือรูปภาพที่เป็นปัญหาไว้ให้ครบถ้วน รวมถึงวันเวลาและชื่อบัญชีผู้โพสต์

2.ติดต่อทนายความผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อรับคำแนะนำทางกฎหมาย และจัดเตรียมเอกสารให้พร้อมในการแจ้งความ

3.แจ้งความต่อสถานีตำรวจ
ระบุว่าต้องการดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมนำหลักฐานที่เตรียมไว้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่

4. ดำเนินคดีแพ่งเพิ่มเติม (ถ้ามี)
หากเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือธุรกิจของคุณโดยตรง อาจสามารถเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งได้เพิ่มเติม

การดำเนินคดีหมิ่นประมาทไม่เพียงเป็นการปกป้องสิทธิของผู้เสียหาย แต่ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้สังคมออนไลน์รู้จักการใช้เสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ

อย่าลังเลที่จะใช้สิทธิทางกฎหมาย ปรึกษาทนายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของคุณ

หลายคนเมื่อเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้มักเลือกที่จะเงียบ หรือรอให้เรื่องเงียบไปเอง แต่ในความเป็นจริง ยิ่งปล่อยไว้นาน โอกาสในการปกป้องสิทธิและนำตัวผู้กระทำผิดมารับผิดก็ยิ่งน้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคที่โพสต์หนึ่งสามารถแพร่กระจายไปเป็นหมื่นรีทวีตในเวลาไม่กี่ชั่วโมง การปล่อยให้ใครบางคนใส่ร้ายคุณในโลกออนไลน์โดยไม่รับผิดชอบ อาจทำลายชื่อเสียงคุณไปตลอดชีวิต

ดังนั้นหากคุณหรือคนใกล้ตัวเคยเผชิญเหตุการณ์ลักษณะนี้ อย่ารอช้าที่จะติดต่อทนายความและใช้สิทธิของคุณในการดำเนินคดีหมิ่นประมาท เพื่อปกป้องชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของตนเองอย่างเต็มที่

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ พร้อมดำเนินคดีหมิ่นประมาททุกประเภท

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เราเป็นสำนักงานกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินคดี หมิ่นประมาททางออนไลน์ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นกรณีใน Facebook, X (Twitter), TikTok หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ โดยทีมทนายความจะให้คำปรึกษาและดำเนินคดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความยุติธรรม และไม่ถูกเอาเปรียบในโลกออนไลน์อีกต่อไปหากคุณต้องการคำแนะนำหรือความช่วยเหลือเรื่องคดีหมิ่นประมาท สามารถติดต่อสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ได้ทันที ทีมงานพร้อมดูแลคุณด้วยความจริงใจและมืออาชีพ

“หมิ่นประมาท” เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ปรึกษาทนายความสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีสื่อสารพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การแสดงความคิดเห็นหรือการเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ผ่านโซเชียลมีเดียกลายเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไป แต่การใช้สิทธิเสรีภาพในโลกออนไลน์ก็มักพ่วงมาพร้อมกับความเสี่ยงที่อาจเกิดการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว การหมิ่นประมาทหรือการพูดให้ร้ายในเชิงเสียหายบนโซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยในสังคมปัจจุบัน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและผลกระทบให้กับผู้ที่ถูกละเมิดอย่างมาก

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ เล็งเห็นถึงปัญหานี้และยินดีให้บริการดำเนินคดีในทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นประมาท ไม่ว่าจะเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโพสต์หรือแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ หรือแม้กระทั่งการหมิ่นประมาทผ่านสื่ออื่น ๆ เรามีทีมทนายความที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงในการรับมือกับคดีหมิ่นประมาทในทุกระดับ

การหมิ่นประมาทคืออะไร ?

การหมิ่นประมาท คือ การกล่าวหรือพิมพ์ข้อความที่ทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกเกลียดชัง หรือถูกดูหมิ่นจากสังคม การหมิ่นประมาทสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งทางคำพูดและการเขียน หรือแม้กระทั่งการโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียที่มีเนื้อหาที่อาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย

ในประเทศไทย กฎหมายได้กำหนดโทษการหมิ่นประมาทไว้ภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา โดยเฉพาะมาตรา 326 และมาตรา 328 ซึ่งมีบทลงโทษสำหรับผู้กระทำความผิดในกรณีที่กล่าวหาผู้อื่นโดยไม่มีมูลความจริง อันเป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมเสียในทางชื่อเสียงหรือความเป็นมนุษย์ของบุคคลนั้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหมิ่นประมาทผ่านสื่อโซเชียลที่สามารถกระจายออกไปได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง

คดีหมิ่นประมาทในโลกออนไลน์

เมื่อเกิดการหมิ่นประมาทในโลกออนไลน์ เช่น บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย การฟ้องร้องดำเนินคดีอาจดูซับซ้อนมากกว่าการหมิ่นประมาททั่วไป เนื่องจากหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการโพสต์หรือแชร์ข้อความนั้นอาจสูญหายหรือถูกลบออกไป การเก็บรวบรวมหลักฐานให้ทันการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์มีทีมทนายความผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือในการรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกข้อความที่ถูกโพสต์ หรือการจัดการกับหลักฐานดิจิทัลที่มีความสำคัญในการนำไปใช้ในศาล ทีมของเรามีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อจัดการกับหลักฐานเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนการดำเนินคดีหมิ่นประมาท

การดำเนินคดีหมิ่นประมาทนั้นมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ซึ่งหากไม่เข้าใจอาจทำให้การฟ้องร้องไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นการปรึกษาทนายความตั้งแต่ต้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยทั่วไปแล้วขั้นตอนการดำเนินคดีหมิ่นประมาทประกอบไปด้วย

1. รวบรวมหลักฐาน : การเก็บรวบรวมหลักฐานเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในคดีหมิ่นประมาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดีย หลักฐานที่ใช้ได้รวมถึงข้อความ บันทึกการโพสต์ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาท

2. การเจรจาและการไกล่เกลี่ย : ในบางกรณี คู่ความอาจต้องการแก้ปัญหาผ่านการเจรจาหรือไกล่เกลี่ยโดยไม่ต้องฟ้องร้อง การไกล่เกลี่ยสามารถช่วยลดความขัดแย้งและทำให้คู่กรณีสามารถบรรลุข้อตกลงได้อย่างรวดเร็ว

3. การฟ้องร้องในชั้นศาล : หากการไกล่เกลี่ยไม่เป็นผล การฟ้องร้องในชั้นศาลจะเป็นขั้นตอนต่อไป ทีมทนายความของเราจะเป็นผู้ดูแลการยื่นคำฟ้องต่อศาลและดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณได้รับความเป็นธรรม

4. การดำเนินคดีในศาล : เมื่อคดีเข้าสู่ชั้นศาล ทนายความของเราจะเป็นผู้แทนคุณในการนำเสนอหลักฐาน และต่อสู้คดีในนามของคุณเพื่อให้ศาลตัดสินคดีอย่างยุติธรรม

ทำไมต้องเลือกสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์เราเป็นหนึ่งในสำนักงานกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในด้านคดีหมิ่นประมาททั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ เรามีทีมทนายความที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูงในการจัดการคดีหมิ่นประมาทที่มีความซับซ้อน และเรายังมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อรวบรวมและจัดการหลักฐานดิจิทัลที่มีความสำคัญในคดีที่เกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดีย

หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังประสบปัญหาการถูกหมิ่นประมาทไม่ว่าจะเป็นทางโซเชียลมีเดียหรือสื่ออื่น ๆ สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเหลือในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรวบรวมหลักฐาน การเจรจาไกล่เกลี่ย ไปจนถึงการดำเนินคดีในชั้นศาล เพื่อให้คุณได้รับความเป็นธรรมอย่างสูงสุด

อย่าปล่อยให้การหมิ่นประมาทมาทำลายชื่อเสียงและความเป็นอยู่ของคุณ ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาจากทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา

สำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ ยินดีให้บริการดำเนินคดีหมิ่นประมาททุกประเภท รับมือทุกกรณีอย่างมืออาชีพ